- จุดมุ่งหมายในการประกอบธุรกิจ (Objective of business)
- เพื่อให้บริการแก่ผู้บริโภค และผู้อุปโภค
- นำผลกำไรมาสู่ผู้ลงทุน
- รักษาสัมพันธภาพระหว่างกิจการกับ พนักงาน ผู้บริโภค และสภาพแวดล้อมภายนอก
- เพื่อความอยู่รอด และเจริญเติบโตของธุรกิจนั้น ๆ
- ให้บริการแก่ท้องถิ่น และเสริมสร้างความเจริญแก่สังคม
- ทรัพยากรที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ (Resources)
- คน รวมถึงผู้บริหาร และพนักงานทั้งหมด (Human resources)
- วัตถุดิบ (Material resources)
- ข่าวสารข้อมูล (Information resources)
- เงินลงทุน (Financial resources)
- เครื่องมือ (Tool resources)
- ระบบย่อยของธุรกิจ (Sub-agent of business)
- ระบบย่อยทางการจัดการ (Management)
- ระบบย่อยทางการบันทึกข้อมูล (Data recording)
- ระบบย่อยทางการตลาด (Marketing)
- ระบบย่อยทางการผลิต (Production)
- ระบบย่อยทางการเงิน (Financial)
- ประเภทของการก่อตั้งองค์การ (Type of organization)
- การประกอบการโดยเจ้าของคนเดียว (Owner's management)
- ห้างหุ้นส่วน (Partnership) : 2 คนขึ้นไป หนี้สินไม่จำกัด
- บริษัทจำกัด (Company limited) : ผู้ถือหุ้น 7 คนขึ้นไป รับผิดชอบหนี้เฉพาะมูลค่าหุ้น
- รัฐวิสาหกิจ (State enterprise)
- บริษัทข้ามชาติ (Multinational corporations)
- สหกรณ์ (Co-operative)
- ประเภทของธุรกิจ (Type of business)
- ธุรกิจการผลิต (Manufacturing)
- ธุรกิจเหมืองแร่ (Mining)
- ธุรกิจค้าส่ง (Wholesaling)
- ธุรกิจค้าปลีก (Retailing)
- ธุรกิจบริการ (Service)
แผนการเรียนการสอน
-
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจ
- ความหมายของธุรกิจ
- เป้าหมายของธุรกิจเอกชน / จุดมุ่งหมายในการประกอบธุรกิจ / ประเภทธุรกิจ
- ลักษณะสำคัญของธุรกิจเอกชน
- ขั้นตอนการดำเนินงานของระบบธุรกิจ / ความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจ
- รูปแบบของการแข่งขัน
- กระบวนการของการบริหารธุรกิจ
- ธุรกิจที่นำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ามาประยุกต์ใช้
- ธุรกิจในปัจจุบัน และอนาคต
ระบบสารสนเทศในงานธุรกิจ
- ภาพรวมของขอบเขตหน้าที่ในธุรกิจ
- ระบบสารสนเทศทางการเงิน
- ระบบสารสนเทศทางการบัญชี
- ระบบสารสนเทศทางการตลาด
- ระบบสารสนเทศทางการผลิต
- แหล่งของสารสนเทศการผลิต
- MIS ในขอบเขตธุรกิจอื่น ๆ
เอกสารทางธุรกิจแบบต่าง ๆ
การสร้างเอกสารรายงานด้วย MS word
การสร้างงานนำเสนอข้อมูลของธุรกิจด้วย MS PowerPoint
การสร้างงานคำนวณในระบบธุรกิจด้วย MS Excell และ MS Access
การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
เนื้อหาการสอน วิชาคอมพิวเตอร์ประยุกต์ในงานธุรกิจ 1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดการธุรกิจ 1.1 ความหมายของธุรกิจ 1.2 หน้าที่ทางธุรกิจ 1.3 การผลิต 1.3.1 ระบบการผลิต 1.3.2 การจัดการการผลิต 1.4 การตลาด 1.4.1 แนวคิดทางการตลาด 1.4.2 ส่วนผสมทางการตลาด 1.5 การบัญชี 1.5.1 ระบบบัญชี 1.5.2 ประเภทธุรกิจที่ต้องจัดทำบัญชี 1.6 การจัดการการเงิน 1.6.1 แหล่งเงินทุน 1.6.2 การจัดการเงินทุนหมุนเวียน 2. การใช้ฟังก์ชันใน MS Excel สำหรับการจัดการธุรกิจ 2.1 ฟังก์ชันการหาผลรวม 2.1.1 SUMIF 2.1.2 SUMPRODUCT 2.2 ฟังก์ชันการค้นหา 2.2.1 VLOOKUP 2.2.2 MATCH 2.2.3 INDEX 2.3 ฟังก์ชันการอ้างอิง 2.3.1 OFFSET 2.3.2 ROW และ COLUMN 2.3.3 ROWS และ COLUMNS 2.4 ฟังก์ชันการนับ 2.4.1 COUNT, COUNTA และ COUNTBLANK 2.4.2 COUNTIF 2.5 ฟังก์ชันการเงิน 2.5.1 PMT 2.5.2 FV 2.5.3 PV 2.5.4 RATE 2.5.5 NPER 2.5.6 NPV 2.6 ฟังก์ชัน AMORTIZATION 2.6.1 IPMT 2.6.2 PPMT 3. การวิเคราะห์โครงการลงทุน 3.1 ความหมายของมูลค่าในอนาคต 3.2 ความหมายของมูลค่าในปัจจุบัน 3.3 การคำนวณมูลค่าในอนาคต และมูลค่าในปัจจุบัน 3.3.1 การคำนวณหามูลค่าของเงินในอนาคต 3.3.2 การคำนวณหามูลค่าของเงินในปัจจุบัน 3.4 การประเมินค่าโครงการลงทุน 3.4.1 ระยะเวลาคืนทุน 3.4.2 อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 3.4.3 มูลค่าปัจจุบันสุทธิ 3.4.4 อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน 3.4.5 ดัชนีกำไร 3.5 การตัดสินใจโครงการลงทุน กรณีที่มีเงินทุนจำกัด 4. การวิเคราะห์ต้นทุน จำนวน และกำไร 4.1 ความหมายของจุดคุ้มทุน 4.2 ความรู้เบื้องต้นก่อนการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน 4.2.1 ต้นทุนคงที่ 4.2.2 ต้นทุนผันแปร 4.2.3 กำไรส่วนเกิน 4.3 วิธีการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน 4.3.1 การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนโดยใช้สมการ 4.3.2 การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนโดยใช้กราฟ 4.3.3 การวิเคราะหืจุดคุ้มทุนโดยใช้สูตร 4.4 การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน โดยใช้คำสั่งค้นหาค่าเป้าหมาย (Goal seek) 4.5 การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนสำหรับผลิตภัณฑ์หลายชนิด 4.6 กาววางแผนกำไร 5. การกำหนดราคา และพิจาณาต้นทุน 5.1 ความหมายของต้นทุน 5.2 วิธีการคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์ 5.2.1 ระบบต้นทุนคิดเข้างาน 5.2.2 ระบบต้นทุนผันแปร 5.3 การกำหนดราคา 5.4 การตัดสินใจในเรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ 5.5 การทดสอบความสามารถในการทำกำไร 6. การจัดทำงบประมาณ 6.1 ความหมายของต้นทุน 6.2 ประเภทของงบประมาณ 6.2.1 งบประมาณรวม 6.2.2 งบประมาณพิเศษ 6.3 ขั้นตอนการจัดทำงบประมาณ 6.3.1 งบประมาณขาย 6.3.2 งบประมาณการผลิต 6.3.3 งบประมาณการซื้อวัตถุดิบ 6.3.4 งบประมาณแรงงานทางตรง 6.3.5 งบประมาณค่าใช้จ่ายในการผลิต 6.3.6 งบประมาณค่าใช้จ่ายขาย และบริหาร 6.3.7 งบประมาณต้นทุนการผลิต และต้นทุนขาย 6.3.8 งบประมาณกำไรขาดทุน 6.3.9 งบประมาณเงินลงทุน 6.3.10 งบประมาณเงินสด 6.3.11 งบประมาณงบดุล 6.4 การจัดงบประมาณโดยใช้ MS excel 6.5 งบประมาณยืดหยุ่น
อ้างอิง : http://www.thaiall.com/business/syllabus.htm
ความสำคัญของธุรกิจ
มนุษย์ทุกคนมีความต้องการที่เหมือนกันอยู่ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ประเภทแรกเป็นความต้องการที่จำเป็นขั้นพื้นฐานต่อการดำรงชีวิต (Needs) ได้แก่ปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ส่วนความต้องการอีกประเภทหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์อยากมี (Wants) แต่ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ มนุษย์ก็ยัง สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตัวอย่างเช่น รถยนต์ โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ดังนั้นธุรกิจจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของมนุษย์ เพราะธุรกิจเป็น แหล่งผลิตสินค้าและบริการ เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ทั้ง 2 ประเภทดังที่กล่าวมาแล้วสินค้าคือ สิ่งของที่มีตัวตน สามารถมองเห็นและจับต้องได้ เช่น รถยนต์ อาหาร เสื้อผ้า เป็นต้นตัวอย่างของธุรกิจที่เป็นแหล่งผลิตสินค้า เช่น โรงงานผลิต รถยนต์ โรงงานผลิตเสื้อผ้า เป็นต้น สำหรับการให้บริการนั้น หมายถึง สิ่งที่ไม่มีตัวตน ไม่สามารถมองเห็นหรือจับต้องได้ แต่สามารถกำหนดราคา เพื่อซื้อขาย กันได้ ตัวอย่างเช่นการให้บริการของสถานเริงรมย์ บริการเสริมสวย บริการซักรีด บริการขนส่ง บริการด้านการสื่อสารของสถานที่ให้บริการเฉพาะนั้น ๆ เป็นต้น
อ้างอิง : http://www.novabizz.com/Business/
โครงสร้างระบบในองค์กรธุรกิจ ความหมายของระบบระบบ (System)หมายถึง ชุด (Set) ของส่วนประกอบ (Element) ที่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน โดยส่วนประกอบเหล่านั้นดำเนินงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายบางอย่าง ตัวอย่างของระบบที่พบเห็นกันได้ทั่วไปก็คือ ระบบคอมพิวเตอร์(Computer System) โดยระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย1. ฮาร์ดแวร์(Hardware)2. ซอฟต์แวร์(Software)3. คน(Peopleware)4. ข้อมูลและสารสนเทศ (Data and Information)5. กระบวนการต่าง ๆ ในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการประมวลผล6. กระบวนการแสวงหาข้อมูลดิบและข่าวสาร เพื่อนำมาใช้ในระบบ
อ้างอิง : http://www.thaigoodview.com/node/111866
ระบบงานพื้นฐานที่ใช้ในงานธุรกิจ
เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบบาท สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในสมัยปัจจุบัน โดยเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทั้งใน ระดับ มหภาค และจุลภาค โดยระบบสังคมใหม่เป็นสังคมที่ข้อมูลข่าวสารสามารถเดินทางได้อย่างอิสระ บุคคลสามารถเข้าถึงและ นำข้อมูล มาใช้ ประโยชน์ อย่างเต็มที่ ก่อให้เกิดพัฒนาการที่รวดเร็วทางเศรษฐกิจสังคม การเมือง และเทคโนโลยี นอกจากการเปลี่ยนแปลง ในระดับมหภาคแล้ว เทคโนโลยีสารสนเทศยังช่วยเสริมประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การ ซึ่งช่วยสร้างความ สามารถใน การแข่งขันและ ศักยภาพในการ เติบโตแก่ธุรกิจ
บูรณาการของเทคโนโลยีสารสนเทศกับการดำเนินธุรกิจ
พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศสร้างความท้าทายต่อผู้บริหารในการบริหารงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะการ บูรณา การระหว่างเทคโนโลยีกับการดำเนินธุรกิจ (Integration between Technology and Business Operations) โดยผู้บริหาร ต้องคำนึงถึงความสอดคล้องระหว่างการดำเนินธุรกิจ เทคโนโลยี และการตัดสินใจที่ต้องกระทำอย่างสอดคล้องกัน ผู้บริหารต้อง สามารถ จัดการกับเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นขั้นตอน ดังต่อไปนี้
1. กำหนดกลยุทธ์องค์การที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. กำหนดแผนงานสารสนเทศระดับองค์การและการดำเนินงาน กำหนดโครงการสร้างหน่วยงานสารสนเทศ
3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศขององค์การ (Information System Infrastructure) เช่นอุปกรณ์ ชุดคำสั่ง ระบบสื่อสาร และจัดการข้อมูล ระบบสำนักงานอัตโนมัติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดศักยภาพและความ ยืดหยุ่นในการปรับ แต่งของงาน สาร สนเทศ ในองค์การ
4. กำหนดรายละเอียดการดำเนินงานภายในองค์การ พร้อมทั้งพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมต่อการ ประยุกต์ เทคโนโลยี สารสนเทศ ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่องค์การ
อ้างอิง : http://www.sirikitdam.egat.com/web_mis/123/index.html
การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในงานด้านต่างๆ
ประมาณปี พ.ศ. 2500 คอมพิวเตอร์มีอยู่ในโลกนี้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นระบบเมนเฟรม ซึ่งมีขนาดใหญ่และราคาแพง ส่วนมากจะใช้งานทางด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากนัก แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้มีขนาดเล็กลง และ ราคาก็ไม่แพงนัก ซึ่งก็คือ PC นั่นเอง คนทั่วไปสามารถซื้อหามาใช้ได้เหมือนกับ เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยทั่วไป ในหน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ก็มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในหน่วยงานขึ้น และมีแนวโน้มที่จะมีการใช้สูงขึ้น โดยปัจจุบันการใช้คอมพิวเตอร์ มีหลากหลายลักษณะ ได้แก่
-ในสถานศึกษา
-ในงานวิศวกรรม
-ในงานวิทยาศาสตร์
-ในงานธุรกิจ
-ในงานธนาคาร
-ในร้านค้าปลีก
-ในวงการแพทย์
-ในวงการโทรคมนาคม
-ในงานอุตสาหกรรม
-ในวงราชการ
คอมพิวเตอร์ในสถานศึกษา
ปัจจุบันตามสถานศึกษาต่างๆ ได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียนการสอนอย่างมากมาย รวมทั้งใช้คอมพิวเตอร์ในงานบริหารของโรงเรียน เช่น การจัดทำประวัตินักเรียน ประวัติครูอาจารย์ การคัดคะแนนสอบ การจัดทำตารางสอน ใช้คอมพิวเตอร์ ในงานห้องสมุด การจัดทำตารางสอ น เป็นต้น ตัวอย่างในการประยุกต์ด้านการศึกษา เช่น โปรแกรมรายงานการลงทะเบียนเรียน โปรแกรมตรวจข้อสอบ เป็นต้น
คอมพิวเตอร์ในงานวิศวกรรม
คอมพิวเตอร์สามารถจะทำงานในด้านวิศวกรรมได้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เขียนแบบ จนกระทั่งถึงการออกแบบโครงสร้างของสถาปัตยกรรมต่างๆ ต ลอดจน ช่วยคำนวณโครงสร้าง ช่วยในการวางแผน และควบคุมการสร้าง
คอมพิวเตอร์ในงานวิทยาศาสตร์
คอมพิวเตอร์สามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เช่น เครื่องมือวิเคราะห์สารเคมี เครื่องมือการทดลองต่างๆ แม้กระทั่งการเดินทางของยานอวกาศต่างๆ การถ่ายพื้นผิวโลกบนดาวอังคาร เป็นต้น
คอมพิวเตอร์ในงานธุรกิจ
คอมพิวเตอร์สามารถจัดเก็บข้อมูลได้มากมาย มีความรวดเร็ว และถูกต้อง ทำให้สามารถได้ข้อมูลที่ช่วยให้สามารถตัดสินใจในการ ดำเนินธุรกิจ ตลอดจนงานทางด้านเอกสารงานพิมพ์ต่างๆ เป็นต้น
คอมพิวเตอร์ในงานธนาคาร
ในแวดวงธนาคารนับได้ว่าคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทมากที่สุด เพราะธนาคารจะมีการนำข้อมูล (Transaction) เป็นประจำทุกวัน การหาอัตราดอกเบี้ยต่างๆ นอกจากนี้การใช้บริการ ATM ซึ่งลูกค้าสามารถฝากถอนเงินได้จากเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งมำให้สะดวกแก่ผู้ใช้บริการเป็นอย่างยิ่ง และเป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบัน
คอมพิวเตอร์ในร้านค้าปลีก
ปัจจุบันเห็นได้ว่า ได้มีธุรกิจร้านค้าปลีกหรือที่เรียกว่า "เฟรนไซน์" เป็นจำนวนมาก ได้มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการ ให้บริการลูกค้า เช่น ให้บริการชำระ ค่าน้ำ - ไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น จะเห็นได้ว่ามีการ online ระหว่างร้านค้าเหล่านั้นกับหน่วยงานนั้นๆ เพื่อสามารถตัดยอดบัญชีได้
อ้างอิง : https://docs.google.com/document/